แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พวงหรีดดอกไม้สด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พวงหรีดดอกไม้สด แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2558

จากซากพวงหรีด สู่กระดาษรักษ์สิ่งแวดล้อม


รู้หรือไม่ว่า สถิติการตายของคนไทยอยู่ที่ประมาณปีละเกือบ 4 แสนคน โดยเฉลี่ยคือตายกันวันละกว่า 1,000 คน โดยในพิธีศพย่อมต้องมีดอกไม้สำหรับประดับโลงศพ และที่ขาดไม่ได้เลยคือพวงหรีดดอกไม้สดต่างๆ คิดกันเล่นๆ ว่าถ้าในประเทศไทยต้องมีงานศพกันประมาณวันละ 500 งาน แต่ละงานเอาแค่ว่าใช้พวงหรีดอย่างต่ำ 2 พวง ฉะนั้น 1 วันเท่ากับใช้พวงหรีด 1,000 พวง 1 เดือน ใช้พวงหรีด 30,000 พวง ครึ่งปีผ่านไป หมดพวงหรีดไปแล้ว 180,000 พวง 1 ปีผ่านไป ซากพวงหรีดที่ต้องกลายร่างเป็นขยะเพิ่มปริมาณขึ้นไปเป็น 360,000 พวง ลองนึกดูว่า หากเอาพวงหรีดเกือบ 400,000 พวงนี้วางเรียงซ้อนๆ กันขึ้นไป มันจะเกิดซากขยะสูงท่วมหัวเราสักแค่ไหน แต่แล้วพวงหรีดที่ไม่เคยถูกเหลียวแลเหล่านี้ ก็กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นได้ใหม่ ด้วยการกลายร่างเป็นกระดาษที่มีลักษณะคล้ายกระดาษสา แต่สามารถนำมาประยุกต์เป็นงานฝีมือได้หลากหลายชนิด ที่เด็ดไปกว่านั้นก็คือ หากมันต้องกลับมาเป็นพวงหรีดอีกครั้ง มันสามารถเพิ่มมูลค่าให้ตัวเองได้สูงกว่าเมื่อครั้งเป็นพวงหรีดดอกไม้สด

อาจารย์วนิดา กำพลรัตน์ อาจารย์สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โรงเรียนวัดธาตุทอง เจ้าของผลงานเล่าให้ฟังว่า ด้วยความที่วัดธาตุทองมีศาลาสวดอภิธรรมมากถึง 82 ศาลา ซึ่งไม่เคยมีวันไหนเลยที่วัดธาตุทองจะว่างจากการจัดงานศพ ดังนั้นสิ่งที่ทุกคนเห็นกันจนชินตาก็คือกองขยะที่มีแต่ซากพวงหรีดที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรต่อได้อีก อาจารย์วนิดา จึงเกิดแนวความคิดว่าหากนำซากพวงหรีด วัดธาตุทองเหล่านั้นกลับมาทำเป็นอะไรได้ใหม่ น่าจะเกิดประโยชน์ในหลายๆด้าน ว่าแล้วอาจารย์วนิดาก็เริ่มต้นลงมือเก็บพวงหรีดเหล่านั้นมาสร้างผลงานกระดาษรักษ์สิ่งแวดล้อมออกมาได้เป็นผลสำเร็จ

จริงๆ แล้วความคิดแรกที่อาจารย์นึกอยากจะทำก็คือ จะทำอย่างไรดีเพื่อที่จะให้นักเรียนประหยัดเงินในการฝึกฝนให้เด็กนักเรียนทำงานประดิษฐ์ได้มาก อาจารย์ก็เลยไปนึกถึงพวกเศษดอกไม้ที่เห็นเขาทิ้งๆ กันข้างศาลา เลยลองเอามาแปรรูปให้เป็นกระดาษดู ซึ่งปรากฏว่าเราก็สามารถทำได้ ลักษณะมันจะคล้ายๆ กับกระดาษสา สามารถทำให้เป็นแผ่นบางก็ได้ แผ่นหนาก็ได้ ดังนั้นมันจึงสามารถประยุกต์เป็นชิ้นงานได้หลายอย่าง ซึ่งก็บรรลุตามวัตถุประสงค์ของเรา ก็คือ ให้เด็กๆ เขาทำกระดาษแล้วก็นำมาต่อยอดเป็นงานฝีมือ เช่น ช่อดอกไม้ กล่องกระดาษทิชชู่ กรอบรูป การ์ดอวยพร พวงหรีด ฯลฯ”

เป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าภาคภูมิใจและสมควรได้รับการยกย่อง เป็นการผสมผสานระหว่างการงานอาชีพ ศิลปะการประดิษฐ์ต่างๆ กับของเหลือใช้ ของที่ใครบางคนคิดว่าไม่มีประโยชน์แล้ว นำมาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้น รวมทั้งยังลดโลกร้อน และยังเป็นรายได้พิเศษให้กับอีกหลายๆคนอีกด้วย

ที่มา: udclick.com

วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2558

พวงหรีดกับมารยาทในงานศพ


งานศพเป็นงานที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าของเจ้าภาพ ผู้เข้าร่วมงานจึงควรสำรวมด้วยเช่นกัน มารยาทในการเข้าร่วมงานศพที่ควรปฏิบัติมีดังนี้

1. แต่งกายให้เหมาะแก่การเข้าร่วมงานศพ เลือกชุดสีดำหรือขาวที่เรียบร้อย ไม่โป๊จนเกินไป และไม่ประโคมเครื่องประดับมากเกิน
2. เมื่อไปถึงงานควรเข้าไปแสดงความเสียใจกับเจ้าภาพเป็นอันดับแรก เวลารดน้ำศพควรให้ผู้ที่อาวุโสมากเข้าไปก่อน เมื่อเดินผ่านโต๊ะหมู่ควรกราบหรือไหว้พระ จากนั้นไหว้หรือกราบศพ รับน้ำอบมารดที่มือศพ เสร็จแล้วจึงกราบหรือไหว้ศพอีกครั้ง
3. ในคืนสวดพระอภิธรรม ผู้เข้าร่วมฟังพระสวดควรมีพวงหรีดไปแสดงความเคารพศพด้วย อาจเป็นพวงหรีดดอกไม้สดหรือพวงหรีดดอกไม้แห้งตามสะดวก และควรนั่งฟังพระสวดอย่างสงบ ไม่พูดคุยกัน
4. ถ้าร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม ควรไปก่อนเวลาและควรเป็นผู้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศีล และเป็นผู้ถวายเครื่องปัจจัยไทยทานและทอดผ้าบังสุกุล รวมถึงกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ตายด้วย
5. ในวันเผาศพควรไปก่อนเวลา เมื่อไปถึงงานหลังจากพบเจ้าภาพแล้วให้ทำความเคารพศพด้วย ผู้ชายให้คำนับ ส่วนผู้หญิงให้ยกมือไหว้ จากนั้นจึงไปหาที่นั่ง การเลือกที่นั่งผู้ที่มีอาวุโสน้อยกว่าควรนั่งด้านหลังผู้อาวุโสมากกว่า
6. เมื่อประธานในพิธีจุดเพลิง และวางดอกไม้ที่เชิงตะกอนแล้ว ผู้ร่วมงานทุกคนต้องยืนสงบนิ่งเพื่อเป็นการแสดงความอาลัยต่อผู้เสียชีวิต เมื่อประธานในพิธีลงมาจากเมรุผู้ร่วมงานคนอื่นๆ จึงทยอยขึ้นเมรุอย่างเป็นระเบียบเพื่อวางดอกไม้จันทน์ และควรรับของชำร่วยเพียงหนึ่งชิ้นเท่านั้นเมื่อเดินลงมา
7. ก่อนกลับควรกล่าวลาเจ้าภาพด้วย

นอกจากมารยาทในงานศพที่ทุกคนควรจะปฏิบัติแล้วนั้น ควรจะมีของแสดงความไว้อาลัยไปมอบให้แก่ผู้ตายด้วย ตัวเลือกแรกๆที่ผู้คนนึงถึงก็คือพวงหรีด ไม่ว่าจะเป็นพวงหรีดดอกไม้สด, พวงหรีดพัดลม, พวงหรีดผ้า ฯลฯ อย่างน้อยเพื่อช่วยบรรเทาความเศร้าโศกให้แก่ผู้สูญเสียได้ไม่มากก็น้อย

ขอบคุณรูปภาพจาก Google.com

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ต้นกำเนิดพวงหรีด มาจากไหน



พวงหรีด (Wreath) เป็นดอกไม้ที่จัดแต่งขึ้นตามโครงรูปต่างๆ เช่น วงกลม วงรี มักมีใบไม้เป็นส่วนประกอบด้วย ใช้เพื่อวัตถุประสงค์หลายประการ เช่น เคารพศพ ประดับตกแต่ง หรือทำเป็นมงคล (เครื่องสวมศีรษะ) ในยุคโรมันโบราณมีการใช้หรีดมาประดับศีรษะ โดยเรียกว่า ลอเรลหรีด โดยใช้ใบไม้สานกัน
ในประเทศไทยพวงหรีดเข้ามาราวรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 เป็นการรับเอาอารยธรรมตะวันตกเข้ามา โดยนำมาใช้ในงานศพทั่วไปเพื่อแสดงความระลึกถึงผู้ที่จากไป
ในปัจจุบันพวงหรีดนอกจากพวงหรีดที่ทำมาจากดอกไม้สดแล้ว ยังมีพวงหรีดแบบใหม่ๆเกิดขึ้นมาอีกหลายชนิด เช่น พวงหรีดดอกไม้สด พวงหรีดดอกไม้แห้งหรือดอกไม้ประดิษฐ์ พวงหรีดผ้าชนิดต่างๆ พวงหรีดพัดลม เป็นต้น โดยจุดประสงค์ของพวงหรีดชนิดใหม่ๆเกิดขึ้นมาเพราะ สมัยก่อนคนนิยมสั่งพวงหรีดดอกไม้สด โดยเฉพาะงานศพของผู้มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก ก็มักจะได้พวงหรีดมาก บางครั้งก็เต็มจนล้นศาลาวัด ทำให้บางครั้งเป็นภาระของทางวัดที่ต้องเป็นผู้จัดการพวงหรีดที่ใช้แล้ว จึงมีคนเสนอให้มีการใช้พวงหรีดชนิดใหม่ๆ เช่น พวงหรีดผ้า พวงหรีดพัดลม ซึ่งเมื่อใช้แล้วก็เหมือนเราบริจาคผ้าหรือพัดลมให้วัด ทางวัดก็จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ต่อไป ไม่ต้องนำไปทิ้งเหมือนพวงหรีดดอกไม้สด ซึ่งช่วยลดปัญหาโลกร้อนได้ อีกทั้งสมัยนี้ยังมีบริการส่งพวงหรีดถึงวัด ไม่ว่าจะเป็นพวงหรีด วัดธาตุทอง พวงหรีด วัดพระศรี และวัดอื่นๆ เพื่อคอยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าอีกด้วย

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2558

มารยาทในงานศพ กับพวงหรีดช่วยบรรเทาความเศร้าโศก


งานศพเป็นงานที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าของเจ้าภาพ ผู้เข้าร่วมงานจึงควรสำรวมด้วยเช่นกัน มารยาทในการเข้าร่วมงานศพที่ควรปฏิบัติมีดังนี้

1. แต่งกายให้เหมาะแก่การเข้าร่วมงานศพ เลือกชุดสีดำหรือขาวที่เรียบร้อย ไม่โป๊จนเกินไป และไม่ประโคมเครื่องประดับมากเกิน
2. เมื่อไปถึงงานควรเข้าไปแสดงความเสียใจกับเจ้าภาพเป็นอันดับแรก เวลารดน้ำศพควรให้ผู้ที่อาวุโสมากเข้าไปก่อน เมื่อเดินผ่านโต๊ะหมู่ควรกราบหรือไหว้พระ จากนั้นไหว้หรือกราบศพ รับน้ำอบมารดที่มือศพ เสร็จแล้วจึงกราบหรือไหว้ศพอีกครั้ง
3. ในคืนสวดพระอภิธรรม ผู้เข้าร่วมฟังพระสวดควรมีพวงหรีดไปแสดงความเคารพศพด้วย อาจเป็นพวงหรีดดอกไม้สดหรือพวงหรีดดอกไม้แห้งตามสะดวก และควรนั่งฟังพระสวดอย่างสงบ ไม่พูดคุยกัน
4. ถ้าร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม ควรไปก่อนเวลาและควรเป็นผู้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศีล และเป็นผู้ถวายเครื่องปัจจัยไทยทานและทอดผ้าบังสุกุล รวมถึงกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ตายด้วย
5. ในวันเผาศพควรไปก่อนเวลา เมื่อไปถึงงานหลังจากพบเจ้าภาพแล้วให้ทำความเคารพศพด้วย ผู้ชายให้คำนับ ส่วนผู้หญิงให้ยกมือไหว้ จากนั้นจึงไปหาที่นั่ง การเลือกที่นั่งผู้ที่มีอาวุโสน้อยกว่าควรนั่งด้านหลังผู้อาวุโสมากกว่า
6. เมื่อประธานในพิธีจุดเพลิง และวางดอกไม้ที่เชิงตะกอนแล้ว ผู้ร่วมงานทุกคนต้องยืนสงบนิ่งเพื่อเป็นการแสดงความอาลัยต่อผู้เสียชีวิต เมื่อประธานในพิธีลงมาจากเมรุผู้ร่วมงานคนอื่นๆ จึงทยอยขึ้นเมรุอย่างเป็นระเบียบเพื่อวางดอกไม้จันทน์ และควรรับของชำร่วยเพียงหนึ่งชิ้นเท่านั้นเมื่อเดินลงมา
7. ก่อนกลับควรกล่าวลาเจ้าภาพด้วย

นอกจากมารยาทในงานศพที่ทุกคนควรจะปฏิบัติแล้วนั้น ควรจะมีของแสดงความไว้อาลัยไปมอบให้แก่ผู้ตายด้วย ตัวเลือกแรกๆที่ผู้คนนึงถึงก็คือพวงหรีด ไม่ว่าจะเป็นพวงหรีดดอกไม้สด, พวงหรีดพัดลม, พวงหรีดผ้า ฯลฯ อย่างน้อยเพื่อช่วยบรรเทาความเศร้าโศกให้แก่ผู้สูญเสียได้ไม่มากก็น้อย

ขอบคุณรูปภาพจาก Google.com

วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2558

พวงหรีด ชนิดต่างๆในปัจจุบัน


พวงหรีดสมัยปัจจุบันในประเทศไทยนอกจากมี พวงหรีดดอกไม้สดแล้ว ยังมีพวงหรีดแบบใหม่ๆมีขึ้นมาอีกหลายประเภท เช่น พวงหรีดดอกไม้แห้งหรือพวงหรีดไม้ประดิษฐ์ พวงหรีดผ้าชนิดต่างๆ พวงหรีดพัดลม ฯลฯ

โดยวัตถุประสงค์ของการทำพวงหรีดชนิดใหม่ๆเกิดขึ้นมาเพราะสมัยก่อนคนนิยมสั่งพวงหรีดดอกไม้สด โดยเฉพาะงานศพของผู้มีชื่อเสียง ที่เป็นที่รู้จัก ก็มักจะได้รับพวงหรีดมากมาย บางครั้งก็เต็มจนล้นศาลาวัด ทำให้บางช่วงเป็นภาระของทางวัดที่ต้องเป็นผู้จัดการพวงหรีดที่ใช้แล้ว จึงมีคนเสนอให้มีการใช้พวงหรีดชนิดใหม่ๆ เช่น พวงหรีดผ้า พวงหรีดพัดลม ซึ่งเมื่อใช้แล้วก็เหมือนเราบริจาคผ้าหรือพัดลมให้วัด ทางวัดก็จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ต่อไป ไม่ต้องนำไปทิ้งเหมือนพวงหรีดดอกไม้สด หรือพวงหรีดที่เป็นต้นไม้ซึ่งโดยส่วนมากนิยมเป็นต้นโมก เพราะเป็นต้นไม้มงคล ทางวัดก็จะสามารถนำไปปลูกต่อไป ช่วยลดปัญหาโลกร้อนได้

ในราวรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 เป็นการรับเอาอารยธรรมตะวันตกเข้ามาในสมัยโบราณหากคนต้องการจะไปงานศพ ก็มักจะไปสั่งพวงหรีดเอาที่ร้าน พวงหรีดซึ่งโดยมากตั้งอยู่ตามข้างวัด โดยเฉพาะวัดดังๆซึ่งมีจัดงานศพบ่อย เป็นประจำ แต่เนื่องจากในปัจจุบันสถานการณ์สังคมเปลี่ยนไป บางคนต้องทำงานจนดึกกว่าจะเลิกงานก็ไปสั่งพวงหรีดไม่ทันเพราะต้องเจอปัญหารถติดหลังเลิกงาน หรือบางบริษัทก็ต้องส่งพวงหรีดไปงานศพของญาติลูกน้องแต่ไม่มีเวลาไปร้านพวงหรีดเนื่องจากไม่ได้ไปงานศพเองหรืองานศพจัดที่ต่างจังหวัด เป็นต้น ทำให้ปัจจุบันมีการสั่งตามร้านพวงหรีดออนไลน์เกิดขึ้น ตามยุคสมัยที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าและพัฒนาขึ้น ซึ่งก็ได้รับความนิยมและสามารถอำนวยความสะดวกได้อย่างมากมาย ยิ่งตอนนี้ถึงแม้ว่าจะอยู่ต่างจังหวัด ก็ยังสามารถสั่งพวงหรีดได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นสั่งพวงหรีด เชียงใหม่, ส่งพวงหรีด โคราช, ส่งพวงหรีด ชลบุรี หรือจังหวัดอื่นๆก็มีให้บริการ

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2558

พวงหรีดพัดลม กับความนิยมที่เริ่มแพร่หลาย



วัฒนธรรมในสังคมไทย นิยมนำพวงหรีดดอกไม้สดไปร่วมงานศพ เมื่อถึงเวลาประชุมเพลิงบางแห่งนิยมนำไปเผารวมกับผู้ตาย พร้อมข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวผู้ตาย บางแห่งไม่นิยมนำไปเผารวม เคยลองถามสัปเหร่อวัดว่า ทำไมไม่เผารวมได้รับคำตอบว่า จะทำให้การเผาศพต้องใช้เวลานานขึ้นและอาจเผาศพไม่หมด ยิ่งโดยเฉพาะเดี๋ยวนี้หลายๆ วัดนิยมใช้เตาเผาศพด้วยระบบไฟฟ้าเพื่อป้องกันกลิ่นและควันไปรบกวนชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงกับวัด แต่ก็ไม่ได้ถามต่อว่าเตาเผาศพระบบไฟฟ้ามันจะมีกระบวนการทำงานอย่างไร เพราะคิดว่าตัวเองคงจะไปใช้่บริการเพียงแค่ครั้งเดียวในชีวิต เลยไม่อยากจะรู้มากไปกว่านี้

พวงหรีดพัดลม ความนิยมใหม่ที่ทำให้เกิดการเปรียบเทียบกันว่า พวงหรีดดอกไม้สด 1 พวงราคาประมาณ 500 บาท ความสวยงามและคงทนประมาณ 7 วัน ดอกไม้สดคงทำให้อารมณ์เศร้าโศกของญาติผู้ตายได้ผ่อนคลาย เพลิดเพลินกับความอ่อนหวานของดอกไม้ เมื่อเสร็จพิธีต้องนำไปเผาทิ้ง โฟมที่ใช้ประกอบพวงหรีดทำให้เกิดมลภาวะเป็นพิษ วัสดุต่างๆ เป็นภาระของวัดที่ต้องกำจัดให้หมด ส่วนพัดลมราคาประมาณ 400 บาท เมื่อเสร็จพิธีนำไปถวายพระต่อ พระท่านได้ใช้ประโยชน์จากพัดลมคลายความร้อนอย่างน้อยๆ อายุการใช้งานของพัดลมน่าจะอยู่ได้สักประมาณ 2 ปี  เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับการเผาเงิน 500 บาท ค่าพวงหรีดดอกไม้สดทิ้งไป อย่างไหนคุ้มกว่ากัน

การมองต่างมุมที่หลากหลายย่อมให้คำตอบที่มากมายเช่นกัน แต่ในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ หากเราบริหารจัดการเงินให้เกิดความคุ้มค่าและมีประโยชน์ทั้่งฝ่ายผู้ให้และผู้รับ และอาจเผื่อแผ่การเอื้อประโยชน์ไปยังผู้อื่นได้อีกคงจะเกิดประโยชน์ต่อคนอื่นมากขึ้น

ขอขอบคุณข้อมูล: gotoknow.org

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2558

“ไชยา - แอน มิตรชัย” ส่งพวงหรีดอาลัยลิเกรุ่นพ่อ “บรรหาร ศิษย์หอมหวล”


ตลก, คนเพลงลูกทุ่ง, แฟนลิเก ร่วมรดน้ำศพ บรรหาร ศิษย์หอมหวลอดีตพระเอกลิเกชื่อดังเจ้าของฉายาลิเกคนจนเงินล้าน ด้าน ไชยา มิตรชัยพร้อมน้องสาวส่งพวงหรีดไว้อาลัย

ภายหลังจากที่ทราบข่าวอดีตลิเกชื่อดัง บรรหาร ศิษย์หอมหวลเจ้าของฉายาลิเกคนจนเงินล้าน เสียชีวิตลง เมื่อช่วงดึกของคืนวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา ด้วยวัย 68 ปี หลังจากที่ได้เข้ารับการรักษาตัวที่ โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช ลพบุรี ด้วยอาการทางสมองฝ่อ บวกกับมีโรคไต และยังมีโรคเบาหวานแทรกซ้อน

โดยพิธีศพของอดีตลิเกคนดังนั้น ทางญาตินำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดกำแพง จรัญ 13 ซอยพาณิชธน ซึ่งบรรยากาศภายในพิธีรดน้ำศพ และสวดอภิธรรมคืนแรกของ บรรหาร ศิษย์หอมหวลมีครอบครัวและคนในวงการบันเทิงมาร่วมงาน อาทิ เจนภพ จบกระบวนวรรณ, ปลาคาร์ฟ เชิญยิ้ม, หลุยส์ เชิญยิ้ม (รณกร ทรงแสง), จเร เชิญยิ้ม ฯลฯ ซึ่งรอบๆ ศาลาก็มีพวงหรีดจากศิลปินนักร้อง ไชยา - แอน มิตรชัยส่งมาร่วมไว้อาลัย

ทั้งนี้ สำหรับพิธีฌาปนกิจนั้น ทางญาติเผยว่า กำลังหารือกันอยู่ว่าจะตั้งศพไว้ 5 วัน หรือ 9 วัน หากได้ความยังไงแล้วจะมาแจ้งให้ทราบอีกครั้ง


ที่มา: manager.co.th


ชุบชีวิตซากพวงหรีด สู่กระดาษรักษ์สิ่งแวดล้อม

รู้หรือไม่ว่า สถิติการตายของคนไทยอยู่ที่ประมาณปีละเกือบ 4 แสนคน โดยเฉลี่ยคือตายกันวันละกว่า 1,000 คน โดยในพิธีศพย่อมต้องมีดอกไม้สำหรับประดับโลงศพ และที่ขาดไม่ได้เลยคือพวงหรีดดอกไม้สดต่างๆ คิดกันเล่นๆ ว่าถ้าในประเทศไทยต้องมีงานศพกันประมาณวันละ 500 งาน แต่ละงานเอาแค่ว่าใช้พวงหรีดอย่างต่ำ 2 พวง ฉะนั้น 1 วันเท่ากับใช้พวงหรีด 1,000 พวง 1 เดือน ใช้พวงหรีด 30,000 พวง ครึ่งปีผ่านไป หมดพวงหรีดไปแล้ว 180,000 พวง 1 ปีผ่านไป ซากพวงหรีดที่ต้องกลายร่างเป็นขยะเพิ่มปริมาณขึ้นไปเป็น 360,000 พวง ลองนึกดูว่า หากเอาพวงหรีดเกือบ 400,000 พวงนี้วางเรียงซ้อนๆ กันขึ้นไป มันจะเกิดซากขยะสูงท่วมหัวเราสักแค่ไหน
แต่แล้วพวงหรีดที่ไม่เคยถูกเหลียวแลเหล่านี้ ก็กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นได้ใหม่ ด้วยการกลายร่างเป็นกระดาษที่มีลักษณะคล้ายกระดาษสา แต่สามารถนำมาประยุกต์เป็นงานฝีมือได้หลากหลายชนิด ที่เด็ดไปกว่านั้นก็คือ หากมันต้องกลับมาเป็นพวงหรีดอีกครั้ง มันสามารถเพิ่มมูลค่าให้ตัวเองได้สูงกว่าเมื่อครั้งเป็นพวงหรีดดอกไม้สด

อาจารย์วนิดา กำพลรัตน์ อาจารย์สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โรงเรียนวัดธาตุทอง เจ้าของผลงานเล่าให้ฟังว่า ด้วยความที่วัดธาตุทองมีศาลาสวดอภิธรรมมากถึง 82 ศาลา ซึ่งไม่เคยมีวันไหนเลยที่วัดธาตุทองจะว่างจากการจัดงานศพ ดังนั้นสิ่งที่ทุกคนเห็นกันจนชินตาก็คือกองขยะที่มีแต่ซากพวงหรีดที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรต่อได้อีก อาจารย์วนิดา จึงเกิดแนวความคิดว่าหากนำซากพวงหรีดเหล่านั้นกลับมาทำเป็นอะไรได้ใหม่ น่าจะเกิดประโยชน์ในหลายๆด้าน ว่าแล้วอาจารย์วนิดาก็เริ่มต้นลงมือเก็บพวงหรีดเหล่านั้นมาสร้างผลงานกระดาษรักษ์สิ่งแวดล้อมออกมาได้เป็นผลสำเร็จ

จริงๆ แล้วความคิดแรกที่อาจารย์นึกอยากจะทำก็คือ จะทำอย่างไรดีเพื่อที่จะให้นักเรียนประหยัดเงินในการฝึกฝนให้เด็กนักเรียนทำงานประดิษฐ์ได้มาก อาจารย์ก็เลยไปนึกถึงพวกเศษดอกไม้ที่เห็นเขาทิ้งๆ กันข้างศาลา เลยลองเอามาแปรรูปให้เป็นกระดาษดู ซึ่งปรากฏว่าเราก็สามารถทำได้ ลักษณะมันจะคล้ายๆ กับกระดาษสา สามารถทำให้เป็นแผ่นบางก็ได้ แผ่นหนาก็ได้ ดังนั้นมันจึงสามารถประยุกต์เป็นชิ้นงานได้หลายอย่าง ซึ่งก็บรรลุตามวัตถุประสงค์ของเรา ก็คือ ให้เด็กๆ เขาทำกระดาษแล้วก็นำมาต่อยอดเป็นงานฝีมือ เช่น ช่อดอกไม้ กล่องกระดาษทิชชู่ กรอบรูป การ์ดอวยพร พวงหรีด ฯลฯ”

เป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าภาคภูมิใจและสมควรได้รับการยกย่อง เป็นการผสมผสานระหว่างการงานอาชีพ ศิลปะการประดิษฐ์ต่างๆ กับของเหลือใช้ ของที่ใครบางคนคิดว่าไม่มีประโยชน์แล้ว นำมาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้น รวมทั้งยังลดโลกร้อน และยังเป็นรายได้พิเศษให้กับอีกหลายๆคนอีกด้วย

ที่มา: udclick.com
รูปภาพ: puangreedbkk.com

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เฟย์ พร้อมครอบครัว ร่วมงานศพ สิงห์ Sqweez Animal วันที่ 2 สิงหาคม


เฟย์ พรปวีณ์ แฟนสาวของ สิงห์ ประชาธิป มุสิกพงศ์ หรือ สิงห์ Sqweez Animal เดินทางมาฟังสวดพระอภิธรรมศพในคืนที่ 2 พร้อมด้วยครอบครัว ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า

ภายหลังจากที่ สิงห์ มุสิกพงศ์ หรือ สิงห์ Sqweez Animal มือกีตาร์ของวง Sqweez Animal ได้ตัดสินใจจบชีวิตกระโดดคอนโดหรูฆ่าตัวตาย โดยได้ทิ้งจดหมายรักถึงแฟนสาว เฟย์ พรปวีณ์ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมา ทำแฟนคลับและคนในวงการบันเทิงช็อกไปตามๆ กัน

ล่าสุด เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 2 สิงหาคม 2558 เฟย์ พรปวีณ์ ได้เดินทางมาฟังสวดพระอภิธรรมศพแฟนหนุ่ม สิงห์ Sqweez Animal ในคืนที่ 2 พร้อมด้วยคุณแม่วีนุกูล นีระสิงห์ พี่สาว ฟาง ธนันต์ธรญ์ และน้องสาว ฟิน พีร์พิชชา โดยเมื่อเดินทางมาถึงภายในงาน เฟย์ ได้เข้าไปจุดธูปไหว้เคารพศพ และยังคงมีอาการเสียใจซึมเศร้าให้เห็นอยู่ตลอด


ทั้งนี้สำหรับบรรยากาศงานศพของ สิงห์ Sqweez Animal หรือ สิงห์ ประชาธิป มุสิกพงศ์ ในวันที่ 2 เป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีพวงหรีดดอกไม้สดของนักการเมืองชื่อดังส่งมาร่วมแสดงความเสียใจหลายคน อาทิ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ, สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งพวงหรีดเหล่านี้ถูกตั้งที่วัดธาตุทอง เพื่อแสดงความเสียใจกันอย่างมากมาย


วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

พวงหรีดยุคใหม่ ไว้อาลัยได้ ใช้ประโยชน์ดี

เรื่องของการ เกิด แก่ เจ็บ ตายเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต และเมื่อถึงเวลาต้องลาจากโลกนี้ไป การแสดงความอาลัยก็เป็นหนทางหนึ่งที่หลายคนเลือกทำเพื่อผู้ตายเป็นครั้งสุดท้าย การนำพวงหรีด ที่ทำจากดอกไม้สดไปร่วมไว้อาลัยผู้ตายในงานศพจึงกลายเป็นธรรมเนียมนิยมเรื่อยมา คำว่า “พวงหรีด” เป็นการเรียกทับศัพท์คำในภาษาอังกฤษว่า “wreath” ที่แปลว่า ‘พวงมาลัย

แต่ปัจจุบันผู้คนเริ่มเห็นปัญหาที่เกิดจากพวงหรีดดอกไม้สดมากขึ้น ทั้งจากราคาที่แพงเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับ ดอกไม้ที่มีการฉีดสารฟอร์มาลินเพื่อให้ดอกไม้คงอยู่ได้นาน แต่กลับเป็นอันตรายต่อผู้ที่ได้สูดดมเข้าไป และเมื่อเสร็จงานก็กลายเป็นขยะดอกไม้กองโตที่เป็นภาระของวัดในการกำจัดพวงหรีด วัดชลประทานรังสฤษฎ์ จึงได้มีการรณรงค์ให้นำต้นไม้มาใช้แทนพวงหรีดดอกไม้สด เพราะสามารถนำไปปลูกเพื่อความร่มรื่นของวัดได้ต่อไป

นอกจากพวงหรีดดอกไม้สด พวงหรีดต้นไม้แล้ว ยังมีพวงหรีดผ้าห่มหรือผ้าขนหนูมาจัดทำในรูปแบบต่างๆ รวมถึงพวงหรีดพัดลม และล่าสุดได้มีผู้คิดทำ พวงหรีดสังฆทานซึ่งมีทั้งความแปลกใหม่ สวยงาม และสามารถนำ ไปใช้ประโยชน์ได้ดี

ดิษฐพงษ์ เจริญลาภ อาจารย์โรงเรียนหนองแซงวิทยา สระบุรี คือเจ้าของไอเดียดังกล่าว จากความชอบในเรื่องของการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ๆเพื่อนำมาใช้สอนเด็กๆในชั้นเรียน ทำให้อาจารย์ดิษฐพงษ์เป็นนักประดิษฐ์ที่มีผลงานต่างๆ ออกมามากมาย และเมื่อวันหนึ่งเขาได้ไปร่วมฟังสวดในงานศพ และสังเกตพวงหรีดที่ทำจากวัสดุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พวงหรีดดอกไม้สด พวงหรีดพัดลม พวงหรีดผ้า ล้วนแต่เป็นสิ่งที่นำมาใช้ประโยชน์ได้น้อย และส่วนมากต้องทิ้งไปภายหลัง ทำให้หลังจากเสร็จงาน เขาเลยมีความคิดว่าน่าจะลองทำพวงหรีดที่ประดิษฐ์จากข้าวของเครื่องใช้ต่างๆเพื่อให้เจ้าภาพหรือทางวัดสามารถนำมาใช้งานต่อได้ จึงเป็นที่มาของพวงหรีดสังฆทานซึ่งทำมาจากเครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น ช้อน ส้อม ทัพพีตักข้าว ยาสามัญประจำบ้าน ธูป เทียน หรือไม้ขีดไฟ 

คือผมมองว่าพวงหรีดส่วนใหญ่นำมาใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ ทั้งที่ราคาค่อนข้างสูง ตกอันละ 700-1,000 บาท พอเลิกงานทางวัดก็ต้องเก็บไปทิ้ง ถ้าเป็นพวงหรีดผ้าก็ยังพอเอาใช้ได้บ้าง แต่ถ้าเราสามารถทำให้พวงหรีดราคาหลายร้อยบาทสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ก็น่าจะเป็นผลดีต่อทั้งผู้ให้และผู้รับ รวมถึงทางวัดที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานด้วย แต่ทั้งนี้ ก่อนที่จะลงมือทำพวงหรีดสังฆทานนั้น อาจารย์ดิษฐพงษ์ก็ยังไม่มั่นใจว่าพวงหรีดรูปแบบนี้จะขัดกับหลักของพุทธศาสนาหรือประเพณีที่มีมาแต่ดั้งเดิมหรือไม่ เขาจึงไปปรึกษากับพระเถระหลายวัดในจังหวัดสระบุรี ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่าสามารถทำได้ ไม่ขัดกับประเพณีหรือศาสนา แต่อย่างใด เพราะแต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่เคยมีบัญญัติว่าพวงหรีดจะต้องมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร อีกทั้งสิ่งที่นำมาประกอบเป็นพวงหรีดสังฆทานนั้น ก็ล้วนแต่เป็นของใช้จำเป็น และมีประโยชน์ทั้งสิ้น

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ของหลายสิ่งหลายอย่างก็มักจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา พวงหรีดก็เช่นกัน จากแต่เดิมมีแต่พวงหรีดดอกไม้สด แต่สมัยนี้มีพวงหรีดดอกไม้สด พวงหรีดผ้า พวงหรีดสังฆทาน และยังมีพวงหรีดอีกหลากหลายชนิดที่จะให้คุณเลือกเพื่อแสดงความไว้อาลัยให้แด่คนที่คุณรัก ยิ่งสมัยนี้มีบริการส่งพวงหรีดไปยังวัดและจังหวัดต่างๆ เช่นส่งพวงหรีด วัดธาตุทอง, ส่งพวงหรีด วัดพระศรี, ส่งพวงหรีด วัดเทพศิรินทร์ หรือจะเป็นวัดอื่น ก็มีบริการส่งแล้วแต่ทางร้าน ซึ่งถือว่าสิ่งนี้จะคอยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่ต้องการสั่งพวงหรีดให้ไปส่งตามวัดต่างๆ เพื่อประหยัดเวลาของผู้ซื้ออีกด้วย

วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2558

พวงหรีด จากวัฒนธรรมสู่การเติบโตของธุรกิจ

พวงหรีดในสมัยนี้ได้นำเอาของใช้เครื่องเรือนมาประกอบกันเป็นพวงหรีดรูปแบบใหม่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น พัดลม ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว ไม่เว้น “การให้ธรรมเป็นทานด้วยพวงหรีดหนังสือ” ซึ่งถ้าคุณเคยไปร่วมงานศพตามวัดต่างๆ คุณคงจะเคยเห็นพวงหรีดดอกไม้สด การจัดพวงหรีดดอกไม้สดนั้นก็เพื่อบรรเทาบรรยากาศเศร้าๆให้คลายลงในระดับหนึ่ง ซึ่งการจัดพวงหรีดดอกไม้สดนั้นอาจเรียกได้ว่าเป็นประเพณีนิยมที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่ในวันนี้ ธุรกิจพวงหรีดได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว การใช้สิ่งของเพื่อแสดงความอาลัยแก่ผู้ตายก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยเช่นกัน
     
การไว้อาลัยผู้เสียชีวิตแต่เดิมที่นิยมนำพวงหรีดดอกไม้สดไปให้กันนั้นถูกมองจากคนกลุ่มหนึ่งว่าประโยชน์ที่ได้รับนั้นมีน้อยหากเปรียบเทียบราคาที่เฉลี่ยตั้งแต่ 600 - 3000 บาท ซึ่งในกรณีดังกล่าวนี้ทำให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์หันมามองว่าเมื่อเสร็จสิ้นงานศพแล้วพวงหรีดดอกไม้สดจะทำให้วัดและกรรมการของวัดต้องรับภาระค่าทำลายพวงหรีดค่อนข้างสูง จึงได้มีแนวคิดการนำพัดลมมาเป็นพวงหรีดขึ้น จุดเริ่มต้นนั้นเกิดจากการที่ผู้ประกอบการรายหนึ่งได้ไปร่วมงานศพแห่งหนึ่งแล้วมีโอกาสคุยกับพระในวัดนั้น ท่านก็เล่าให้ฟังว่าคนไทยนิยมไว้อาลัยผู้ตายตามความชอบของตัวเองแต่ไม่เคยรู้ว่าได้สร้างภาระให้แก่วัดหรือไม่ โดยเฉพาะการนำดอกไม้สดไปร่วมไว้อาลัย เมื่อเสร็จงานก็เป็นหน้าที่ของทางวัดที่ต้องรื้อพวงหรีดดอกไม้สดเหล่านั้นเพื่อนำไปกำจัดทิ้งด้วยวิธีเผา หรือฝัง
     
นอกจากนี้การนำพัดลมมาเป็นพวงหรีดนั้นได้เชื่อว่า ผู้นำพัดลมไปถวายวัดจะได้อานิสงฆ์เช่นเดียวกับการนำพัดไปถวายเมื่อครั้งอดีตจะช่วยให้สามารถขจัดปัญหาอุปสรรค พัดเรื่องร้ายๆออกไปจากชีวิตได้ อีกทั้งยังมีการนำต้นไม้มาทำเป็นพวงหรีด เช่น ต้นโมก หรือไม้ดอกไม้ประดับอื่นๆ
            
ถึงแม้จะมีการปฏิรูปแบบพวงหรีดชนิดต่างๆเพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่พวงหรีดดอกไม้สดยังคงครองอันดับหนึ่งของพวงหรีดที่ได้รับความนิยมอยู่
       
ไม่ว่าท่านใดจะใช้พวงหรีดแบบไหน ก็ขึ้นอยู่กับเจตนาที่ผู้ให้ ว่าต้องการความสวยงาม หรือต้องการให้พวงหรีดนั้นได้ใช้ประโยชน์ได้ต่อ ไม่ว่าจะพวงหรีดแบบไหนก็มีความหมายสำคัญในตัวของมันเอง ดังนั้น เราควรจะเลือกใช้พวงหรีดให้เหมาะสมกับบุคคล